วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประมวลการสอนรายวิชา หลักสูตรทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking&Problem solving)ครั้งที่ 4

                                           สาระความรู้เรื่องการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ตารางปฏิบัติการหลักสูตร ประมวลการสอนรายวิชา หลักสูตรทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking&Problem solving) ครั้งที่ 4                                                         
    แหล่งที่มา:  https://www.gotoknow.org/posts/557865                                                                                               http://www.crowncork.com/about/commit_performance.php

http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=331:stemeduworkshop&catid=19:2009-05-04-05-01-56&Itemid=34  
http://www.isotoyou.com/index.php/article/201-problem-solving-skill.html  
http://samapornmaneeon.blogspot.com/2013/08/7.html
กระบวนการพัฒนาหลักสูตร/ความรู้ ทักษะ ความสามารถ
การทำความรู้ที่มีอยู่ให้กระจ่างแจ้ง
การระบุ การได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม่
ยืนยันความถูกต้องและ การใช้ข้อมูลใหม่
การวางแผนหลักสูตร(Curriculum Planing)
การวางแผนหลักสูตร ต้องมีจุดหมายที่ชัดเจน เพื่อนำไปวางแผนหลักสูตร มีการกำหนดจุดหมายของหลักสูตร ปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตร ปฏิบัติดังนี้
เสาหลักแห่งการศึกษา เป็นการศึกษาตลอดชีวิตมีหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ
-เสาหลักแรก คือ การศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพ
 (Learning to know) ได้แก่ การเรียนเพื่อรู้
-เสาหลักสอง คือ การศึกษา เพื่อพัฒนาสมรรถภาพ
(Learning to do) ได้แก่  การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติได้จริง
-เสาหลักสาม คือ การศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพ (Learning
to live together) ได้แก่  การเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม
-เสาหลักสี่ คือ การศึกษา เพื่อพัฒนามนุษยภาพ (Learning
to be) ได้แก่ การเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
     ศ. น.พ.วิจารณ์  พานิชได้กล่าวถึงการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และทักษะสำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 จึงเป็นทักษะของการเรียนรู้ (learning skills) ที่คนทุกคนต้องเรียนรู้ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
 3R  ได้แก่
Reading (อ่านออก)
(W) Riting (เขียนได้)
(A) Rithmetics (คิดเลขเป็น)
 7C ได้แก่
-Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)
-Creativity & innovation  (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม)
-Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
-Collaboration, teamwork & leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ)
-Communications, information & media literacy  
(ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ)
-Computing & ICT literacy  (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
-Career & learning skills  (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
ผู้นักพัฒนาหลักสูตร มีทักษะแห่งอนาคตใหม่ 
- การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21
Presentation 1
วิสัยทัศน์
          เรามุ่งเน้นการศึกษาหาความรู้และเพื่อมีทักษะที่จะปฏิบัติได้จริง โดยจะค้นหาศักยภาพในการเรียนรู้ของของตัวเองเพื่อเอาความรู้ที่มีไปประยุกต์ใช้ และเพิ่มพูนความรู้นำไปต่อยอดในศตวรรษที่ 21นอกจากนี้จะบุคคลที่มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ และคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้และสมเหตุสมผล
การออกแบบหลักสูตร (Curriculum Design)
       การออกแบบหลักสูตรมุ่งเน้นความรู้ตามหลักสูตรหรือ เนื้อหาสาระ
Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ  การคิดหรือกระบวน การคิดพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และประเมินเกี่ยวกับข้อมูล หรือสภาพการณ์ที่ปรากฏ  โดยใช้ความรู้ความคิด  และประสบการณ์ของตนเองในการสำรวจหลักฐานอย่างรอบคอบ  เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผล พิจารณากระบวนการคิดวิจารณญาณนั้น  สามารถทำได้โดยอาศัยแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการคิดวิจารณญาณ และส่วนประกอบของการคิดวิจารณญาณ  ซึ่งในงานวิจัยนี้ใช้คำว่า การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
ทักษะในการแก้ปัญหาแบ่งออกเป็น 2แบบ
- ปัญหาระยะสั้นคือปัญหาที่เกิดเฉพาะหน้าต้องเน้นความสามารถ ไหวพริบ และการตัดสินใจที่แน่วแน่
 - ปัญหาระยะยาวเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยรูปแบบ แบบแผน และแนวทางขององค์กรนั้น ๆ ในการแก้ไขปัญหา
หลัก 7 ประการในการออกแบบหลักสูตร  (7 principles of curriculum design)
        เป็นหลักคิดเพื่อการสร้างหลักสูตรที่ดีมีประสิทธิภาพ โดยได้กล่าวว่าการออกแบบการจัดการเรียนรู้หรือหลักสูตรนั้นต้องประกอบด้วยพื้นฐาน 7 ประการ คือ
·     Challenge and enjoyment  (ค้นหาศักยภาพและความสุข) คือ หลักสูตรต้องได้รับการออกแบบให้นักเรียนได้ค้นหาศักยภาพและกระตุ้นนักเรียนให้มีความสนใจในการเรียนรู้
·     Breadths (ความกว้าง) หลักสูตรที่ดีต้องเปิดกว้างในการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้มีได้หลากหลายแนวทาง
·     Progressions (ความก้าวหน้า) หลักสูตรต้องออกแบบมาให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาไปสู้ความก้าวหน้าที่ผู้เรียนตั้งเป้าไว้
·     Depths (ความลึกซึ้ง) หลักสูตรต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้อย่างลึกซึ้ง ที่สำคัญคือ หลักสูตรต้องให้โอกาสนักเรียนได้ใช้
·     Coherence (ความเกี่ยวข้อง) หลักสูตรที่ดีต้องมีเนื้อหาและจุดประสงค์ที่สนองกับบริบทที่จะนำหลักสูตรไปใช้
·     Relevance (ความสัมพันธ์กัน) เนื้อหาในหลักสูตรต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับจุดประสงค์
·     Personalization and choice (ความเป็นเอกลักษณ์และตัวเลือก) หลักสูตรที่ดีต้องให้นักเรียนได้ค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองและมีทางเลือกในการแสวงหาเอกลักษณ์ของตนเอง
          รายวิชาที่ลงทะเบียน ปีการศึกษา 2557  เทอมต้น
-สถิติเพื่อการวิจัยทางการศึกษา
-ภาษาอังกฤษสำหรับครู
-หลักการและทฤษฎีการพัฒนาหลักสูตร
-สื่อและนวัตกรรมการเรียนการสอน
-พื้นฐานทางการศึกษาเพื่อการพัฒนา
-วิธีสอนทั่วไป
-จิตวิทยาการศึกษา 
Presentation 1
พันธกิจ
1.จัดการออกแบบ แผนการเรียนของตัวเอง สาขาหลักสูตรและการนิเทศ เพื่อศึกษาหาความรู้ และทักษะด้านการคิดอย่างมีสมเหตุสมผล และทักษะในการแก้ปัญหา
2.เตรียมความพร้อมของตนเองเพื่อเป็นบุคคลที่พร้อมที่จะเรียนรู้เสมอและให้มีทักษะและความรู้ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในศตวรรษที่ 21
3.จัดการเรียนรู้เพื่อให้ตนเองบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งความหวังไว้และเชื่อมโยงกับทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
4.ค้นคว้าตนเองในการศึกษาเรียนรู้และการใช้ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหาเพื่อสามารถใช้ได้จริงและมีงานประกอบอาชีพ

เป้าหมาย: เพื่อเป็นบุคคลที่พร้อมด้วยความรู้และทักษะคิดวิเคราะห์อย่างสมเหตุสมผลที่สามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

การจัดหลักสูตร (Curriculum Organize)
      แนวคิดการจัดหลักสูตรที่ดีตามแนวคิดของออร์นสไตน์ ฮันกิน
การจัดระบบหลักสูตรที่ดีต้องมีหลักในการพัฒนา 6 ประการ คือ
  1. การกำหนดขอบข่ายของหลักสูตร การกำหนดเนื้อหา สาระการเรียนรู้ หัวข้อ ประเด็นสำคัญต่างๆ แนวคิด ค่านิยม หรือคุณธรรมที่สำคัญ สำหรับผู้เรียนในรายวิชาต่างๆ ของหลักสูตร แต่ละระดับชั้น การจัดหลักสูตรให้มีความต่อเนื่องในแนวนอน ที่เรียกว่า horizontal organization ดังนี้
  1) วุฒิภาวะ ประสบการณ์ และความสามารถของผู้เรียน
  2) ความยากง่ายของธรรมชาติในสาขาวิชา หรือเนื้อหาวิชา
   3) ความทันสมัย และความเป็นสากลของเนื้อหาวิชา
  4) ความสมดุลระหว่างความกว้าง ความลึกของเนื้อหาวิชา
   5) คุณค่าของเนื้อหา ที่ผู้เรียนจะนำไปใช้
   2. การจัดลำดับการเรียนรู้ (sequence) การจัดลำดับก่อนหลังของเนื้อหา สาระการเรียนรู้ หัวข้อประเด็นที่สำคัญต่างๆ ให้แก่ผู้เรียนได้เรียนรู้ไปตาม วัย วุฒิภาวะ และพัฒนาการทางสติปัญญา การจัดลำดับการเรียนรู้ จึงเป็นมิติของการจัดหลักสูตร
1) การจัดลำดับการเรียนรู้จากสิ่งที่ง่ายไปสู่สิ่งที่ยากและซับซ้อน
2) การจัดลำดับการเรียนรู้ จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไปสู่สิ่งที่อยู่ไกลตัว
3) การจัดลำดับการเรียนรู้ จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปสู่สิ่งที่เป็นนามธรรม
4) การจัดลำดับการเรียนรู้ จากสิ่งที่เป็นส่วนรวมไปสู่ส่วนย่อย หรือจากส่วนย่อยไปสู่ส่วนรวม
5) การจัดลำดับการเรียนรู้ ตามลำดับความจำเป็น ที่ต้องเรียนก่อน-หลัง
6) การจัดลำดับการเรียนรู้ตามลำดับเหตุการณ์ หรือตามกาลเวลา
 3. ความต่อเนื่องของหลักสูตร (continuity) การจัดเนื้อหา ประสบการณ์  การเรียนรู้ ทักษะต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องตลอดหลักสูตร หลักสูตรที่ดีนอกจากมีการจัดขอบข่าย และลำดับการเรียนรู้ที่ดีแล้ว ยังต้องมีความต่อเนื่องของเนื้อหาที่เหมาะสมอีกด้วย
  4. ความสอดคล้องเชื่อมโยง การจัดหลักสูตรที่ดี ควรคำนึงถึง ความสอดคล้องเชื่อมโยง (articulation) ให้มีความต่อเนื่องกันของเนื้อหา ประสบการณ์การเรียนรู้ และทักษะที่อยู่ในระดับชั้นเดียวกัน ทั้งมิติในแนวตั้ง และแนวนอน    
    5. การบูรณาการ (integration) เป็นการจัดขอบข่ายเนื้อหา และประสบการณ์การเรียนรู้ ในหลักสูตรให้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงในแนวนอน จากหัวข้อหนึ่งไปยังอีกหัวข้อหนึ่ง ของรายวิชานั้น หรือจากรายวิชาหนึ่ง ไปยังอีกรายวิชาหนึ่ง ที่มีความเกี่ยวข้องกัน
   6. ความสมดุล หลักสูตรที่ดี นอกจากจะต้องคำนึงถึง การจัดขอบข่ายเนื้อหา และมีลำดับการเรียนรู้ที่ดีแล้ว ยังควรต้องพิจารณา ด้านความสมดุลของเนื้อหา (balance) ประสบการณ์การเรียนรู้ และทักษะของรายวิชาต่างๆ ความสมดุลระหว่างเนื้อหาสาระ กับวุฒิภาวะของผู้เรียน
Presentation 1
แผนหลักสูตร
1.ตั้งเป้าหมายในการเรียนจบระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการนิเทศไว้ 2 ปีหรือ 2 ปีครึ่ง
2. ในการเรียนต้องเรียนให้ครบตามหลักสูตรทั้งหมด 42 หน่วยกิต
   - เรียนวิชาพื้นฐาน 9 หน่วยกิต
   - เรียนวิชาบังคับ  21 หน่วยกิต
   - วิทยานิพนธ์ 12 หน่วยกิต
3.ในขณะกำลังเรียนจะตั้งใจเรียนรู้ค้นคว้าความรู้ก่อนการเรียนและหลังเรียน แล้วรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย 
4.หลังจบระดับปริญญามหาบัณฑิตก็จะได้นำความรู้ที่เรียนรู้ไปนั้นไปปรับประยุกต์ใช้ในศตวรรษที่ 21 และหากพบพบปัญหาก็จะค้นคว้าหาเพิ่มหรืออาจจะขอคำแนะนำ แลกเปลี่ยนความรู้แนววิธีการคิดจากบุคคลที่เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ปัญหา
การประเมินหลักสูตร(Curriculum Evaluation)
การประเมินหลักสูตร ประมวลการสอนรายวิชา หลักสูตรทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking & Problem solving) 
     การกำหนดระดับคุณภาพการเรียนรู้ตาม SOLO Taxonomy
     จุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจถึงประเมินการเรียนรู้ที่ส่งผลไปยังการประเมินหลักสูตร จากการถ่ายทอดของผู้เรียนตามรูปแบบของ SOLO Taxonomy เป็นกระบวนการที่ให้ความสำคัญว่า ผู้เรียนมีวิธีการเรียนรู้
1. Prestructural(ระดับโครงสร้างนามธรรมขั้นพื้นฐาน) ถ้าไม่เข้าใจ จุดประสงค์ จะทำให้ความเข้าใจพลาดประเด็นที่สำคัญ
2. Unistructural(ระดับมุมมองเดียว) การตอบสนองของผู้เรียนมุ่งเน้นเพียงด้านเดียว เช่น ระบุชื่อ ทำตามง่ายๆ และจำ
3. Multistructural (ระดับหลายมุมมอง)การตอบสนองของผู้เรียนมุ่งเน้นในหลายด้าน โดยผู้เรียนจะเติมแต่งการเรียนรู้เหล่านั้นด้วยตนเอง เช่น เชื่อมโยง อธิบาย และยกตัวอย่าง การประเมินในระดับนี้จะยึดการประเมินเชิงปริมาณเป็นหลัก
4. Relational (ดับเน้นความสัมพันธ์) ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ นำไปใช้ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง อธิบายเชิงเหตุผล และแสดงความสัมพันธ์
5. Extended Abstract (ระดับขยายนามธรรม) ผู้เรียนสามารถนำความรู้ก่อนหน้ามาสร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อนความรู้ความสามารถและสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมา
Presentation 1
แผนการประเมินหลักสูตร
      3      =      ดี
      2       =     พอใช้
      1       =      ปรับปรุง

      3    =  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิตภายใน 2 ปี หรือ 2 ปีครึ่ง และเรียนครบหลักสูตร แล้วยังนำความรู้และทักษะไปปรับใช้
        2    =  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิตภายใน 3 ปี หรือ 3 ปีครึ่ง และเรียนครบหลักสูตร แล้วมีความรู้แต่นำทักษะไปปรับใช้ได้บางประเด็น
         1   =  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิตภายใน 4 ปี หรือ 4 ปีครึ่ง และเรียนครบหลักสูตร แล้วมีความรู้และทักษะไม่สามารถไปปรับใช้ได้ทุกประเด็น